2006/Jan/31

แฮ่ะ ๆ หายปายซ่ะนานอักโข

นานพอจนความเบื่อหน่ายต่อหลายสิ่งได้หดหายออกไป

วันนี้ฉานกลับมาแย้ว พร้อมร่างใหม่ ใสปิ้งกว่าเดิม

ทักทายเพื่อน ๆ & แฟนคลับที่มีอยู่น้อยนิดจร้า

บังเอิญเชียะ ไปเจอ Forward mail ต๊ายยย อ่านแล้ว สติเสียไปพักใหญ่ ต่อมน้ำตาที่แต่ก่อนเคยเก็บได้ดีเชียะ กลับแตกกระจาย ไหลพราก ๆ ทั้งที่นั่งอยู่ใน office ก็ไม่อายที่จะมีคนมอง (มองก็ช่างประไร หญิงงามย่อมเสียน้ำตาให้กับเรื่องเล็กๆ ที่มา ทัชชิ่ง บอดี้ ได้อยู่เสมอ)

เริ่มอยากรู้กันบ้างแล้วใช่ม๊าาาา ได้จ๊ะ จะเล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องอะไร

อ่านดูเอาเถิด

อยากให้ได้อ่านกันทุกๆคน

--------------------------------

ในวันสุดท้ายก่อนวันคริสต์มาส ฉันรีบไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต

เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ

เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง

ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า

คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ

สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ

แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น

และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า

เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ

ขณะที่กำลังเดินดูของอยู่ในแผนกของเล่นนั้น

ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก เขาค่อยๆลูบผมของตุ๊กตานั้นและมองดูอย่างเศร้าสร้อย

ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน

เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ

"คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ

หญิงชราตอบว่า หลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก

หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ

แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ

ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา

ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร

มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ

และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส

เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ

ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ

และก็ไม่ต้องกังวลหรอก

มาถึงตรงนี้ นึกหละสิคะว่า เรื่องนี้ จะเหมือยนกับเรื่องปกติทั่วๆไปที่คุณเคยอ่าน ผิดคะ ลองอ่านต่อสิคะ..

แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า

ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่ๆเธออยู่ตอนนี้ได้

ผมจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปให้แม่

แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น

ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป

น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์

พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้

ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้

หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า

"ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ

แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า

"ผมอยากให้แม่เอารูปนี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม

ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป

แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม

แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่าอาลัย

ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว

หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่า ทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ

"ตกลงฮะ เขาพูด ผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ

ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน

มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด

"ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า

"ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ

ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน

ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป

แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบ

แม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ

2-3 นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา

ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตอะ)

ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง

ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้

หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้

มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ

เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส

ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่

เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้

ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ

2 วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น

ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า หญิงสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว

ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary

ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง

เธออยู่ในนั้น

ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น

และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก

ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล

ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ

แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น

คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเค้า

ถ้าคุณส่งต่อข้อความนี้ บางที...

คุณอาจได้ช่วยป้องกันไม่ให้บางคนที่เมาแล้วขับก็ได้ เพื่อนเหมือนกับนางฟ้าที่ช่วยเราบินในยามที่ปีกของเราหลงลืมวิธีแห่งการบิน ทีม คือกลุ่มคนที่อาจจะมี ประสบการณ์ พรสวรรค์ หรือระดับการศึกษาที่ไม่เท่ากัน แต่อยู่ในหน้าที่เดียวกัน

เมาไม่ขับเด็ดขาด ทุกครั้งที่เมาแล้วต้องขับรถ

คิดถึงเรื่องนี้เอาไว้ แล้วนั่งรถแท๊กซี่กลับบ้าน ช่วยๆกัน

ไงคะ สติแตก ไปเลยมั้ยคะ ฉันไม่รู้ว่าจะบอกอะไรยังไงต่อไป ฉันรู้เพียงแค่ว่าเรื่องนี้ไม่มีข้อคิดเห็นใด ๆ ต่อไป ทุกอย่างบรรยายเอาไว้หมดครบถ้วนคะ



2005/Oct/03

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยน๊า ฉันตั้งใจไว้ว่า จะต้องไม่เขียนให้มันเศร้าอีก (เพราะชีวิตฉันเศร้ามาเยอะละ ขอพักนิดนึงเห่อะ)
ที่ฉันจะเขียนคราวนี้อ่ะ มันเป็นเรื่องที่ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าจะมีสักกี่คนบนโลกนี้กัน ที่เคยคิดว่า หากไม่มีพรุ่งนี้ แล้ววันนี้เราจะทำอะไร
ถ้าส่วนตัวของฉันเอง ฉันเคยคิดดูเล่นๆ นะ พอคิดดูแล้วสิ่งที่นึกออก ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้า ทั้งนั้นเลย อาจเป็นเพราะถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง คงจะยังมีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างในชีวิตที่ฉันยังไมได้ทำ
อย่างหนึ่งที่รู้สึกมากที่สุดตอนนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด
คงไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกมั้ง ที่เป็นคนประเภทปากหนัก ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก รวมไปถึงการกระทำ และฉันก็มั่นใจว่าเพื่อนๆ หลายคนก็เป็นเหมือนกัน
ซึ่งการแสดงออกในบางอย่างบางเรื่อง ฉันว่ามันก็สำคัญนะ เช่นการบอกรัก หรือการกอด
ไม่ต้องมองไปไหนไกล เอาคนที่ใกล้ตัวมากที่สุดก่อน คุณจำได้มั้ย ? ว่านานแค่ไหนแล้วที่คุณได้บอกรักพ่อ และแม่ หรือแม้แต่การกอดที่ใครหลายคนห่างหายไปตั้งแต่วัยเยาว์ = ของฉันเองก็น่าจะสักประมาณ 2 เดือนได้แล้วมั้ง สำหรับคำบอกรัก และอ้อมกอดที่อบอุ่นจากท่านทั้ง 2 หลังจากที่ฉันพังกำแพงแห่งความเขินอายนั้นได้
ต่อมาก็เป็นเรื่องของคนรอบตัว มีอีกหลายต่อหลายคนที่ฉันไม่เคยบอกเขาให้ได้รู้เลย ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขาบ้าง เห็นฉันเฉยๆ นิ่งๆ แอบบ้าในบางครั้ง แต่รู้ม่ะ ฉันก็เป็นคนนะ มีหัวใจเหมือนกัน
งั้นฉันขอใช้พื้นที่ตรงนี้แล้วกัน บอกความจริงที่ฉันรู้สึก กับคนทุกคนที่ฉันรู้จัก หรือไม่รู้จัก คนที่รักฉัน เฉยๆ หรือเกลียดฉันก็ตาม(ซึ่งฉันไม่อยากให้เป็นเลยจริงๆ สิ)
ทุกคน โปรดรับรู้ไว้ด้วย กับสิ่งนี้ที่ฉันอยากจะบอก

ฉันรักคุณ

นี่คือความจริงจากใจที่อยากจะบอก
เพราะถ้า ...หากไม่มีพรุ่งนี้
ชีวิตฉันคงว่างเปล่า
ขาดซึ่งคนที่ฉันรัก และคนที่ฉันพอจะได้รู้ว่า
เขาก็รักฉัน... เช่นกัน


edit @ 2005/10/03 15:44:27

2005/Sep/23

1. เคยเป็นมั้ย เวลาฟังเพลง EASY ๆ แล้วแอบดีดนิ้ว กระดิกหาง เอ้ยขา หรือแอบโยกตัวตามเล็กน้อยเป็นจังหวะ .. แต่..ถ้าไม่เป็น ...เอาใหม่ไปข้อ 2.

2. เคยเป็นมั้ย เวลาไปเที่ยวเปิดเพลงมัน ๆ เป็นอันว่าต้องลุกขึ้นเย้ว ๆ .... ไม่เป็นอีกแล้วเหรองั้นไปข้อ 3.

3. เคยเป็นมั้ย เวลาอกหัก ฟังเพลงช้า ๆ แล้วแทบตาย ข้อนี้โดน ถ้าไม่ตรงอีก ก็ไม่เอาแล้วหมดแล้ว อ่านต่อไป เด๋วก็ตรงอะไรบ้างละ

มันแย่จังเลยเนอะ เวลาที่เรารู้สึกว่าตัวเองอกหักเนี่ยะ อะไรต่อมิอะไรมันก็ดูไม่สดชื่น ไม่แจ่มใสไปซ่ะหมด แม้แต่อะไรที่เราชอบทำ อะไรที่เราต้องทำ ก็พลันละ ลด เลิกไปซ๋ะหมด

ฉันคนนึงเลยละ ที่ไม่ทำห่าอะไรเลย นั่งเหม่อ ๆ ฟังมันเพลง แล้วก็เข้าข้างตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า โอ่พระเจ้า ทำไมเนี่ยะ อีคนแต่งเพลงนี่มันเอาชีวิตฉันไปแต่งทำไม สงสัยจะต้องเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ซ่ะหน่อยแร๊ะ ฟังไปเรื่อยๆ สักพักก็ กรี๊ดดดดดดดดด เพลงนี้ของฉัน เค้าแต่งมาให้ฉันเลย (ค่าลิขสิทธิ์เริ่มไม่นึกถึง) เพลงต่อไป INTRO ขึ้น กร๊าดดดดด แมร่งทำไมแต่งเพลงได้เจ็บช้ำระกำทรวง ขนาดนี้ โหยโดนใจ งี้ต้องฟังมันอีกรอบโหยยย จนในที่สุดก็ ฮือออ (สุดท้ายแล้วก็เสียเงินซื้อมาฟังทั้งอัลบั้ม)

เพ้อต่อดีกว่า ทำไมอ่ะ ทำไมฉันต้องเครียดเรื่องนี้ด้วยนะ ชีวิตมีอะไรให้ทำอีกตั้งเยอะ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน เค้าก็เป็นคนเหมือนกัน เค้ายังอยู่กันได้เลย เกิดเป็นคนมันต้องเคยอกหัก ละอกหักเป็นไง จำเป็นต้องตายมั้ย ถ้าต้องตาย จะตายเพื่อไร ..... เพื่อเค้าเหรอ เพื่ออีกคนที่ทำให้เราเลิกกันเหรอ(คิดได้ละ) ไม่ตายดีกว่า

และก็ร้องไห้ต่อไปเรื่อย ๆ ๆ จนเหนื่อยก็หลับ

http://mywebpage.netscape.com/ruzme72/OnlyMe.wma


edit @ 2005/09/23 00:29:36